Skip Navigation Linksหน้าแรก > หนูเที่ยว > หนูเที่ยวจากเรา > วันแม่...พาแม่เที่ยวไหนดี


วันแม่...พาแม่เที่ยวไหนดี

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ททท. และ เฟซบุ๊กตลาดน้ำขวัญเรียม
 
ในทุก ๆ ปี เมื่อ "วันแม่แห่งชาติ" ซึ่งตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม เวียนมาถึง บรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งทางราชการและเอกชน ก็จะมีการจัดกิจกรรมวันแม่ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติในวันแม่แห่งชาติ รวมไปถึงกิจกรรมที่ลูก ๆ พาแม่ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งกระปุกท่องเที่ยวก็ได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋ง ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับพาแม่สุดที่เลิฟไปท่องเที่ยวมาฝากกัน โดยเริ่มกันที่...


ไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวง

 
วันดี ๆ แบบนี้ หากใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหน ลองควงแขนคุณแม่ไปตระเวนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไหว้พระขอพร ทำบุญให้อิ่มใจกันดีกว่า เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ภายใน 1 วัด โดย 9 พระอารามหลวงที่เราหยิบมาแนะนำกันนั้น มีดังนี้...
 
1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (คติ : เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย) เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวกเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดินเจ้านายในราชสกุล โดยภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" (พระแก้วมรกต), ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก และมีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1- 8 เป็นต้น
 
2. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (คติ : เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท และเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ โดยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นอกจากนี้ ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่าง ๆ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2408
 
3. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร (คติ : มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตรโกสินทร์ มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัยเป็นพระประธาน มีพระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ" ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ
 
4. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (คติ : ร่มเย็นเป็นสุข) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก มี "พระพุทธเทวปฏิมากร" ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชีบรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนพื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 1- 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 
5. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (คติ : ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า "พระประธานยิ้มรับฟ้า" นอกจากนี้ ยังเคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน
 
6. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (คติ : วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่พระวิหารมี "พระศรีศากยมุนี" เป็นพระประธาน ซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา 
 
7. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (คติ : ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรุงธนบุรีเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้น ยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "ยักษ์วัดแจ้ง" ส่วนภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ, ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นต้น
 
8. วัดบวรนิเวศวิหาร (คติ : พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สิ่งสำคัญภายในวัดนี้ ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารแบบตรีมุข หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตรงกลางมีตรามหามงกุฎ พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธชินสีห์ วิหารพระศาสดา พระเจดีย์ใหญ่ และพระตำหนักปั้นหยา สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช
 
9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (คติ : เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท อีกทั้งยังเป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดพังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยา บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ
 
ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. โทรศัพท์ 1672


เดินเล่นตลาดชิล ๆ หาของกินอร่อย ๆ  


ตลาดยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเสมอ ทั้งตลาดน้ำและตลาดโบราณต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเทศกาลอะไร เพราะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ทุกเมื่อ และทุกเพศ ทุกวัย เพราะฉะนั้น วันแม่ทั้งที คุณลูกไม่ควรพลาดพาคุณแม่ไปเดินเพลิน ๆ หาของกินอร่อย ๆ กันดีกว่า ซึ่งที่เราหยิบมาแนะนำก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก มีดังนี้...

ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์-เสาร์ และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 - 20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่าง ๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืนได้
 
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณตำบลบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นการร่วมมือระหว่าง อบต.บางน้ำผึ้ง และชาวบ้านในชุมชนสร้างตลาดน้ำแห่งนี้เพื่อหาทางแก้ไขภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่งเสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้ คือ วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและอาหารที่มีชื่อเสียงของชุมชน เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา ปั้นธูปสมุนไพร หอยทอดขนมครก และมะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรือพายให้บริการ อัตราค่าเช่าลำละ 20 บาท และยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน และชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามของสวนผลไม้ในชุมชน โดย ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.00-14.00 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานองค์การบริการส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง โทรศัพท์ 0 2819 6762, 08 1171 4930 
 
ตลาดสามชุก หรือ ตลาดริมน้ำร้อยปี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 340 แยกเข้าอำเภอสามชุก อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก เป็นชุมชนชาวจีนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนและตลาดแบบดั้งเดิม สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารไม้โบราณติดลูกไม้ขนาด 3 ชั้นของขุนจำนงค์ จีนารักษ์ นายภาษีเก่า ซึ่งท่านเจ้าของตลาดมอบให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณที่ยังมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร และเพลิดเพลินกับขนม อาหารพื้นเมือง และกาแฟโบราณที่ยังใช้เครื่องคั่วกาแฟแบบดั้งเดิมบริเวณริมน้ำ ทั้งนี้ สอบถามข้อมูล โทรศัพท์ 0 3550 4498
 
ตลาดน้ำอโยธยา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านช้าง ใกล้ ๆ กับวัดมเหยงคณ์ ตำบลไผ่ลิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในตลาดโอมล้อมไปด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ รอบ ๆ บริเวณมีระเบียงริมน้ำให้นักท่องเที่ยวนั่งหย่อนขาสัมผัสสายน้ำให้ชื่นใจ และสำหรับคนที่ชอบช้อปปิ้ง ก็อย่าลืมแวะเวียนเลือกซื้อเลือกหาสินค้าดีไซน์แปลก ๆ ที่หาซื้อไม่ได้ง่าย ๆ ประเภทสินค้าทำมือ โดยจะมีพ่อค้าแม่ขายแต่งกายย้อนยุค คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง รวมถึงมีอาหารทั้งคาวและหวานให้เลือกชมเลือกชิมกันเพียบ 
 
ตลาดน้ำตลิ่งชัน อยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบทผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ  มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ เปิดเวลาประมาณ  07.00 - 17.00 น. พ่อค้าแม่ค้าซึ่งก็คือชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน โดยมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และอาหารต่าง ๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไป แต่ผลผลิตจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำและมีเรือทัวร์ของเอกชนพาชมคลองชมสวน ซึ่งจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวตลิ่งชัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเขตตลิ่งชัน โทรศัพท์ 0 2424 1742, 0 2424 5448
 
ตลาดน้ำขวัญเรียม ตั้งอยู่ระหว่างซอยเสรีไทย 60 และ ซอยรามคำแหง 187 หรือที่รู้จักกันดีว่า วัดบำเพ็ญเหนือ และ วัดบางเพ็งใต้ ถึงแม้ว่าสองฝั่งคลองจะเป็นถนนที่ผู้คนพลุกพล่าน แต่ตลาดน้ำแห่งนี้ก็ยังคงมีความสงบในวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เลือกทำมากมาย ทั้งการย้อนอดีตชมวิถีชีวิตริมคลองแสนแสบ เลือกชิมอาหารอร่อยจากทั่วทุกภาค เลือกซื้อสินค้า OTOP ติดไม้ติดมือกลับบ้าน ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมแบบไทย ๆ และเรือโบราณมากมาย ที่คนรุ่นก่อนพร้อมใจกันมาแสดงให้ลูกหลานดูอย่างเต็มใจ
 
ตลาดน้ำดอนหวาย ตั้งอยู่หลังวัดดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นตลาดที่ยังเหลือสภาพตลาดเก่าในอดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ให้เห็นลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า พายเรือนำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย อาหารขึ้นชื่อที่นี่จะเป็นอาหารคาวหวาน เช่น เป็นพะโล้ ห่อหมกปลาช่อน ปลาตะเพียนต้มเค็มสามรส ปลาทูต้มเค็มชานอ้อย ก๋วยจั๊บนายตือ ขนมตาล ข้าวเม่าคลุก มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. แต่วันเสาร์-อาทิตย์จะมีของขายมาก นอกจากนั้น ที่ตลาดดอนหวายมีบริการเรือล่องแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือเอี้ยมจุ้นและเรือกระแชง
 
ตลาดน้ำสี่ภาค สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปวัฒนธรรมไทยกลางใจเมืองพัทยา ถือกำเนิดขึ้นด้วยเจตนารมณ์ของผู้บริหารที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ที่จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยที่เรียบง่าย เรียนรู้วิถีพอเพียงดั้งเดิมที่ผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลใน 4 ภาค ของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ โดยนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม หรือจะนั่งเรือพายชมทัศนียภาพสองฝั่งน้ำ พร้อมสัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การค้าขายทางน้ำ และตระการตากับร้านค้าเรือนไทยไม้สักของ 4 ภาค ที่จะแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิตแต่ละภาค 
 
ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ (ทางไปอำเภอบางน้ำเปรี้ยว) เป็นตลาดโบราณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงอายุกว่า 100 ปี ที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตผู้คนกับชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำมาเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 และเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบนี้เอาไว้ รวมถึงสร้างอาชีพให้ชาวชุมชน จึงเกิด “ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่” ในตลาดจะมีสินค้าต่าง ๆ ซึ่งภายในตลาดจำหน่ายทั้งอาหาร ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวเป็ด กาแฟโบราณ เครื่องดื่มโบราณ สมุนไพร ขนมทั้งไทย จีน ของเล่นโบราณ ของฝากของที่ระลึกต่าง ๆ ซึ่งเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. แต่วันเสาร์และอาทิตย์จะมีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาขายมากกว่าวันธรรมดา ระหว่างเวลา 09.00–1700 น. ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่ โทรศัพท์ 0 3881 7336, 08 6148 4513, 08 9881 7161, 08 9666 4266


เยือนถิ่นอารยธรรมอีสานใต้ สิงหาพาแม่เที่ยว
 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรม "สิงหาพาแม่เที่ยว" เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดสุรินทร์-บุรีรัมย์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวภายใต้โครงการ "ครอบครัวสุขสันต์ อารยธรรมอีสานใต้" โดยกลุ่มเป้าหมายคือคู่แม่-ลูก หรือคู่สามี-ภรรยา จำนวน 20 คู่ (40 คน) 
 
ไปเดินทางท่องเที่ยวด้วยหัวใจใหม่ ท่องเที่ยวเรียนรู้จากใยไหมสู่ผืนผ้า ตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงหนอนไหมระยะฟักไข่ไปจนถึงเป็นตัวหนอนทอรัง การย้อมไหมจากสีธรรมชาติและการทอผ้า ตลอดจนชมแปลงสาธิตการปลูกหม่อนต้นแบบและพิพิธภัณฑ์ผ้าไหม ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ รวมถึงชมความมหัศจรรย์แห่งผืนผ้าไหมของกลุ่ม "จันทร์ โสมา" ด้วยลวดลายในราชสำนักโบราณผสมผสานลายเทคนิคแบบพื้นบ้านสุรินทร์ ณ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง พร้อมช้อปปิ้งของฝากของที่ระลึกสินค้า อินโดจีน ณ ตลาดการค้าช่องจอม และเดินทางไปชมความงามของปราสาทหินศิลปะขอมโบราณ ณ ปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
 
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อมอบเวลาและสิ่งดี ๆ ให้กับตัวท่านและคุณแม่ โดยมีค่าสมัคร ท่านละ 2,199 บาท พิเศษสำหรับคู่แม่-ลูก หรือคู่สามี-ภรรยา เฉพาะคุณแม่ ท่านละ 1,100 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ โทรศัพท์ 0 4452 0147 มือถือ 089 949 1185 และ ททท. สำนักงานสุรินทร์ โทรศัพท์  4451 4447-8 


สิงหาพาแม่เที่ยว..ดำน้ำดูปะการัง ตกหมึก ไหว้เสด็จเตี่ย พักโรงแรมหรูห้าดาว ที่ชุมพร

 
แพ็กเกจสุดคุ้ม (5990 - 5990 บาท) มีรถออกจากกรุงเทพฯ พาท่านและคุณแม่ชมความงามของใต้ท้องทะเล ตกหมึกยามค่ำคืน ลิ้มลองทานหมึกสด ๆ จากทะเล ไหว้กรมหลวงชุมพรฯ พร้อมช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองชุมพร เช่น กล้วยเล็บมือนาง กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กาแฟ ผ้าบาติกระดับห้าดาว ทานอาหารซีฟู้ด 8 มื้อ พักที่พักสุดหรูระดับห้าดาว (โนโวเทล ชุมพร บีช รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ) สามารถเลือกออกเดินทางได้สองช่วง คือ 1-4 สิงหาคม และ 10-13 สิงหาคม 2555
 
ทั้งนี้ ราคานี้รวมรถโค้ทปรับอากาศ, ที่พัก 2 คืน(โนโวเทล ชุมพร บีช รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ), อาหาร 8 มื้อ, เรือไปดำน้ำและตกหมึก, อุปกรณ์ดำน้ำตื้น, เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ตกหมึก, เครื่องดื่มและของว่างบนเรือ, ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ (ชาวไทย), ไกด์ท้องถิ่น และประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 200,000 / 100,000 บาท
 
หมายเหตุ : โปรแกรมและจุดดำน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำ และคลื่นลมในแต่ละวัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ, พักห้อง Superior-pool side เพิ่มท่านละ 650 บาท และเด็กอายุ 5-11 ปี ท่านละ 3,950 บาท (ไม่เสริมเตียง)


พาแม่ท่องเที่ยวเมืองชลบุรี

 
เพราะ "ชลบุรี" เป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่ติดกับอ่าวไทย และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น หากคุณลูกมีเวลาไม่มากนัก ก็ลองพาแม่ไปเที่ยววันแม่ที่ชลบุรี ตามโปรแกรมดังนี้...
 
ท่องเที่ยวไปเช้า เย็นกลับ
 
ช่วงเช้า : เดินทางสู่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชมความน่ารักของสัตว์โลกที่ถูกเลี้ยงอยู่ในสภาพธรรมชาติอย่างเสรี เที่ยง ๆ ไปหาอาหารอร่อย ๆ กินกันที่ตลาดศรีราชา  
 
ช่วงบ่าย : เดินทางไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ศึกษาชีวิตสัตว์ใต้ทะเล เสร็จแล้วได้เวลาไปเล่นน้ำคลายร้อนยามบ่ายที่หาดบางแสน  
ตกเย็น : ไปกราบเจ้าแม่เขาสามมุข แล้วหาอาหารทะเลอร่อย ๆ กินที่แหลมแท่น ก่อนกลับแวะตลาดหนองมนซื้อข้าวหลาม ขนมจากเลื่องชื่อ รวมทั้งของฝากและอาหารทะเลทั้งสดทั้งแห้งกลับไปเป็นของฝาก พกพาความประทับใจกลับบ้านกันไปอย่างเต็มอิ่ม
 

ท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน
 
โปรแกรมที่ 1 (เที่ยวบางแสน-เขาเขียว-ศรีราชา) : วันที่ 1 ช่วงเช้าเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แล้วมาหาอาหารเที่ยงกินกันแถว ๆ บางพระ บ่ายชมสัตว์ทะเลที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เล่นน้ำที่หาดบางแสน พอตกเย็นลองชิมอาหารทะเลที่แหลมแท่น
 
โปรแกรมที่ 2 (เที่ยวพัทยา-เกาะล้าน-หาดจอมเทียน) : วันที่ 1 จากพัทยา ลงเรือไปเล่นน้ำใส  หาดทรายขาว และชมธรรมชาติที่เกาะล้าน ช่วงเย็นกลับเข้าฝั่งมาขึ้นเขาพัทยาชมวิว เสร็จแล้วไปหาอาหารทะเลกินกันแถวหาดจอมเทียน หรือจะไปเดินเล่นชมความคึกคักของพัทยาใต้ที่ Walking Street ก็ได้
 
โปรแกรมที่ 3 Discovery สัตหีบ : วันที่ 1 ไปเที่ยวท่าเรือจุกเสม็ด ชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวของไทยในขณะนี้ จากนั้นไปเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล แล้วมาเล่นน้ำกินอาหารทะเลอร่อย ๆ ที่หาดนางรำ พักบังกะโลหลังเล็กสุขใจ
 
และนี่คือโปรแกรมเที่ยววันแม่ที่เราหยิบมาแนะนำกัน เอ...แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะจะพาคุณแม่ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง ???


ที่มา: kapook.com

 





Link ล่าสุด



Link ที่เกี่ยวข้อง



04/04/2013 จำนวนผู้อ่าน 4056 ครั้ง คะแนน0 คะแนน เหมาะกับเด็กวัย : ขวบปีแรก (แรกเกิด - 1 ขวบ)

* กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการ แสดงความคิดเห็น หรือ สมัครสมาชิก

ชื่อผู้ใช้งาน
รหัสผ่าน
จำผู้ใช้ระบบ

Most View หนูเที่ยว

  1. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 345199 ครั้ง

  2. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 242607 ครั้ง

  3. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 240831 ครั้ง

  4. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 238764 ครั้ง

  5. แนะนำสถานที่เที่ยวกร...

    จำนวนผู้อ่าน 228557 ครั้ง

luminos-media
ubicq
facebook tinyzone
twitter tinyzone
banner
banner